วัดสน Wat Son Suksawat 
ชมวิวกรุงเทพ สุขสวัสดิ์ บันไดนาค 59 ขั้น

ที่ตั้งวัดสน
เลขที่ตั้ง 1 ซอยสุขสวัสดิ์ 35 (ซอยศิลปนิวาส) ถนนสุขสวัสดิ์ 35 แขวงราษฎร์บูรณะ เขตราษฎร์บูรณะ กรุงเทพมหานคร 10140 (ข้างโรงเรียนวัดสน)

ประวัติวัดต้นสน
วัดสน เป็นวัดที่สร้างขึ้นมาเมื่อประมาณ พ.ศ. ๒๔๐๐ จากการสันนิษฐาน ที่อุโบสถหลังเดิมชำรุด และได้รื้อถอนเมื่อ พ.ศ. ๒๔๕๘
ซึ่งกว่าอุโบสถชำรุดลง คงกินเวลาอย่างน้อยก็ ๓๐ ปีขึ้นไป แต่เดิมนั้น บริเวณตั้งวัดมีต้นสนเป็นจำนวนมาก จึงได้ขนานนามว่า “วัดต้นสน” ต่อมาชาวบ้านมักเรียกสั้นๆ ว่า “วัดสน” และได้ใช้เป็นนามวัดจนตราบเท่าทุกวันนี้ วัดสนเป็นวัดได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาแล้ว แต่ไม่อาจทราบได้แน่ชัดว่าได้รับเมื่อใด ตำนานจากระยะเวลาสร้างวัด ซึ่งอาจหลังจากนั้นไม่เกิน ๑๕ ปี คงอยู่ในราว พ.ศ. 2415

วัดสนเป็นวัดที่สร้างโดยพุทธศาสนิกชน และผู้มีจิตศรัทธา ร่วมกันบริจาคทรัพย์ และกำลังแรงกายสร้างขึ้น
วัดสน สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย มีที่ดินตั้งวัด เนื้อที่ 6 ไร่ 3 งาน 49 ตารางวา อาณาเขตทิศเหนือยาว 58 วา ติดต่อกับลำคลองแจงร้อน ทิศใต้ยาว 55 วา ติดกับ ถนนซอยสุขสวัสดิ์ 35 ทิศตะวันออก ยาว 59 วา ติดต่อกับที่เอกชน ทิศตะวันตก ยาว 50 วา ติดต่อกับที่เอกชน พื้นที่ตั้งวัด เป็นที่ลุ่มตั้งอยู่ริมคลองแจงร้อน ในอดีตมีต้นไม้และเจดีย์มาก อาคารเสนาสนะ มีอุโบสถ กว้าง 6 เมตร ยาว 12 เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ. 2460 มีเครื่องลายครามประดับ ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง กุฏิสงฆ์ จำนวน 20 หลัง อาคารครึ่งตึก ครึ่งไม้ 2 ชั้น หอสวดมนต์คอนกรีต ศาลาการเปรียญไม้สักทั้งหลัง ได้ทำการบูรณะขึ้นใหม่เป็น 2 ชั้น เมื่อ วันที่ 19 มีนาคม พ.ศ.2549 ได้สร้างศาลาการเปรียญขึ้นใหม่แทนหลังเก่า เป็น 3 ชั้นมีบรรไดนาค 59 ขั้น

เมื่อ พ.ศ. 2527 โดยพระครูศีลวราภรณ์ ได้รับการอุปถัมภ์ บำรุงจาก ข้าราชการ พ่อค้า และประชาชนอย่างดียิ่ง
การศึกษา ทางวัดเปิดสอนพระปริยัติธรรม ตั้งแต่ พ.ศ. 2445 เป็นต้นมา นอกจากนี้ทางวัดยังได้ทางราชการ สร้างโรงเรียนระดับประถมศึกษา สังกัดกรุงเทพมหานคร ขึ้นในที่วัด จำนวน 1 ไร่ 1 งาน และได้ให้การอนุเคราะห์ สงเคราะห์แก่ทางโรงเรียนตลอดมา

พระครูศีลนิวาส อินฺทสโร ( หลวงพ่อโม้ ) อดีตเจ้าอาวาสวัดสน กรุงเทพมหานคร
หลวงพ่อโม้ เกิดเมื่อวันที่ 13 มีนาคม พ.ศ.2412 ที่อำเภอวิเศษชัยชาญ จังหวัดอ่างทอง โยมบิดาชื่อโต โยมมารดาชื่อฉ่ำ พออายุได้ 21 ปี ในปี พ.ศ.2433 จึงได้อุปสมบทที่วัดไทรย์ ตำบลจระเข้ร้อง อำเภอวิเศษชัยชาญ
โดยมีพระครูทอง วัดสนามไชย เป็นพระอุปัชฌาย์ พระอาจารย์นิ่ม วัดน้ำซน เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระอาจารย์น้อย วัดเทวราช เป็นพระอนุสาวนาจารย์ อุปสมบทแล้ว ก็ศึกษาพระธรรมวินัยอยู่ที่วัดศาลา จังหวัดอ่างทอง 4 พรรษา
ต่อมา ท่านได้เข้ามาศึกษาพระปริยัติธรรมอยู่ที่วัดราชนัดดา ในสมัยที่พระนิกรมมุนี (โห้) เป็นเจ้าอาวาส หนึ่งพรรษา ก็พอดีมีชาวบ้านมานิมนต์ ท่านไปจำพรรษาที่วัดสน ราษฎร์บูรณะ ซึ่งขณะนั้นวัดสนว่าง เจ้าอาวาสอยู่พอดี และได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสวัดสน
เมื่อท่านได้มาอยู่ที่วัดสนแล้วก็ได้เอาใจใส่ดูแลถาวรวัตถุต่างๆ เช่น จัดให้มีการสร้างกุฏิ ศาลาการเปรียญ โบสถ์ โรงเรียนพระปริยัติธรรม โรงเรียนประชาบาล เป็นต้น พอว่างท่านก็ได้ไปศึกษาวิปัสสนากรรมฐานที่วัดราชสิทธาราม (วัดพลับ) สมัยเจ้าคุณพระสังฆวรานุวงศ์ เถระ (เอี่ยม)
พอถึงปี พ.ศ.2455 ก็ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอธิการ เจ้าคณะตำบลราษฎร์บูรณะ และต่อมาได้รับแต่งตั้งเป็นพระอุปัชฌาย์ พ.ศ.2457 ได้รับพระราชทานแต่งตั้งเป็นพระครูสัญญาบัตรที่พระครูศีลนิวาส พ.ศ.2480 ได้รับพระราชทานแต่งตั้งให้เป็นพระครูชั้นเอก ในราชทินนามเดิม

หลวงพ่อโม้เป็นเจ้าอาวาสวัดสน และเป็นที่รักเคารพของชาวบ้าน จนถึงปี พ.ศ.2503 จึงได้มรณภาพด้วยอาการสงบ สิริอายุได้ 91 ปี พรรษาที่ 70

ภาพบรรยากาศวัดสน
previous arrow
next arrow
ArrowArrow
Slider

การเดินทางไปวัดสน

Comments

comments