วัดถ้ำสาริกา ตำบลสาริกา อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก
Wat Tham Sarika, Sarika Subdistrict, Mueang District, Nakhon Nayok
“ไหว้พระ ชมถ้ำสาริกา ตามรอยหลวงปูมั่น สถานที่ปฏิบัติธรรมหลวงปู่มั่น ภูริทัตฺโต”


ที่ตั้งวัดถ้ำสาริกา
ตำบลสาริกา อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก 26000

ประวัติวัดถ้ำสาริกา


วัดถ้ำสาริกา ตั้งอยู่บนภูเขาลูกเล็ก ๆ ภายในวัดถ้ำสาริกา อ.เมือง จ.นครนายก มีลักษณะเป็นเพิ่งหินเล็ก ๆ ภายใต้ก้อนหินขนาดใหญ่ลึก เข้าไปในหินประมาณ 3 เมตร ไม่มีหินงอกหินย้อน เคยเป็นสถานที่ ที่หลวงปู่มั่นเดินทางธุดงค์มาฝึกวิปัสนากรรมฐาน ในช่วงที่ท่านธุดงค์ ป่าภาคกลาง

ด้านในถ้ำประดิษฐานรูปหล่อหลวงปู่มั่นขนาดเล็กกว่าองค์จริงเล็กน้อย ด้านบนหินมีต้นไทรต้นใหญ่แผ่รากครอบคลุมหิน ก้อนนี้อยู่

ปัจจุบันทางวัดได้สร้างศาลาคอนกรีตถาวร คลุมปริเวณหน้าถ้ำไว้ เพื่อสะดวกในการมาสักการะและปฏิบัติธรรมร่มเย็นดีมาก


สำหรับความสำคัญของถ้ำนี้ปรากฏในประวัติหลวงปู่มั่น จากสำนวนหลายครูบาอาจารย์ ดังนี้คือ ประมาณปี 2450-2453 ท่านได้จาริกไปทางจังหวัดลพบุรี ไปพักอยู่ที่เขาพระงามบ้าง ถ้ำสิงโตบ้าง ต่อมาท่านได้มาพักอยู่ที่ถ้ำสาริกาแห่งนี้ ท่านได้ประสบเหตุการณ์ต่าง ๆ หลายประการ และเป็นที่ติดใจท่านมาตลอด ขณะที่ท่านไปถึงหมู่บ้านซึ่งอยู่ใกล้กับถ้ำ และท่านวานให้ชาวบ้านพาไปส่งที่ถ้ำสาริกาแห่งนี้ เพราะไม่รู้จักทาง ชาวบ้านเล่าเรื่องราวต่าง ๆ เกี่ยวกับถ้ำให้ท่านฟัง พร้อมกับนิมนต์ให้เลิกล้มความตั้งใจที่จะไปถ้ำนั้นเสีย


แต่ท่านบอกว่า ท่านไม่กลัว ท่านจะทดลองพักดู ขณะที่พักที่ถ้ำสาริกาแห่งนี้ในระยะเดือนแรก ๆ ท่านรู้สึกปกติดี จิตใจสงบ ไม่มีอะไรพลุกพล่าน พอดีคืนต่อ ๆ มาท่านรู้สึกว่าโรคเจ็บท้องที่เคยเป็นประจำชักกำเริบ และมีอาการรุนแรงขึ้นตามลำดับ

ภายในถ้ำ บริเวณหลวงปู่มั่น ปฏิบัติธรรม

ท่านได้หวนคิดถึงคำที่ชาวบ้านพูดกันว่า มีพระมาตายที่นี้ 4 รูปแล้ว ท่านจึงคิดว่าท่านอาจเป็นรูปที่ 5 ก็ได้ ถ้าไม่หายจากใคร เมื่อฉันยาแล้ว โรคก็ยังไม่หยุดกำเริบ ในที่สุดท่านตัดสินใจใช้ธรรมโอสถรักษาจะหายก็หายจะตายก็ตาย จากน้นท่านจึงพิจารณาถึงทุกขเวทยาด้วยปัญญาอย่างไม่หยุดยั้ง จนในที่สุดโรคก็หาย ความฟุ้งซ่านภายในใจก็ดับกลายเป็นความสงบ จิตสว่างออกไปจากร่างกาย
ปรากฏเห็นบุรุษคนหนึ่งมีรูปร่างใหญ่โต ถือตะบองเหล็กเดินเข้ามาหาท่าน พูดกับท่านว่าจะตี่านให้จมลงดิน ถ้าไม่หนีไป ท่านก็ถามไปว่า ท่านผิดอะไรถึงจะมาตีท่าน เขาก็บอกว่า เขารักษาภูเขาลูกนี้มานานแล้ว ใครมาใหญ่กว่าเขาเป็นไปไม่ได้ ท่านก็บอกว่าท่านเป็นพระ มาบำเพ็ญธรรมเพื่อปราบกิเลส ไม่ได้มาทำร้ายใครว่าแล้วก็เทศนา สั่งสอนบุรุษลึกลับคนนั้น จนเกิดความเลื่อมใส ในคืนต่อมา ท่านได้บำเพ็ญสมณธรรมด้วยความสะดวกไม่มีอะไรมารบกวน ร่างกายก็เป็นปกติสุข

หลังจากที่หลวงปู่มั่นได้ธุดงค์จากที่นี้ไป ถ้ำแห่งนี้ก็ได้ร้างลง จนเมื่อประมาณ 30-40 ปีมานี้ ท่านพระอาจารย์เจือ กิจจธโร อดีตท่านเจ้าอาวาสวัดถ้ำสาริกา ท่านได้สร้างวัดในบริเวณนี้สำหรับปฏิบัติธรรมของพุทธศาสนิกชนทั่วไป รวมถึงท่านได้สร้างศาสนาสถานต่าง ๆ ภายในวัดให้มั่นคงและเป็นที่รู้จักแพร่หลายให้กับบุคคลทั่วไปมากขึ้นจนถึงปัจจุบัน

 

บริเวณใกล้กันประดิษฐานพระประธานพระพุทธรูปปางนั่งสมาธิ และรูปหล่อสมเด็จพระพุทธจารย์โต พรหมรังสี สำหรับให้ชาวบ้านหรือพุทธศาสนิกชนได้มาบูชากราบไหว้กัน และมีตู้กระจกซึ่งด้านในมีหุ่นขี้ผึ้งของหลวงปู่มั่นซึ่งเท่ากับขนาดองค์จริง ประดิษฐานอยู่

วิหารรูปปั้นหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต

รูปปั้นหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต

ภายในบริเวณวัดเป็นภูเขา ลักษณะสภาพป่าเขาและตบแต่งภูมิทัศน์ได้อย่างเป็นธรรมชาติ มีกุฏิหลังน้อยๆ ซ้อนตัวกลมกลืน กับธรรมชาติอยู่หลายหลัง เพื่อสะดวกในการมาสักการะและใช้เป็นสถานที่สำหรับปฏิบัติธรรมภายในวัด

ทางขึ้นพระอุโบสถ
หอระฆัง
พระอุโบสถ
พระอุโบสถ
พระประธานในพระอุโบสถ
ศาลาเชิงเขา
บันใดทางขึ้น-ลง พระอุโบสถ
ปู่หมอชีวก


การเดินทางมาวัดถ้ำสาริกา นครนายก

เครดิตภาพ Thikumporn Tantivimongkol