วัดโกรกกราก ริมแม่น้ำท่าจีน ถนนธรรมคุรากร ต.โกรกกราก อ.เมือง สมุทรสาคร
Wat Krok Krak on the Tha Chin River Thammakurakon Road, Krokrak Subdistrict, Mueang District, Samut Sakhon

“บูชาพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ ใส่แว่นตา เนื้อศิลาแลง ปางมารวิชัย ศิลปะสมัยสุโขทัย (หลวงพ่อปู่ วัดโกรกกราก)”


โบสถ์
ที่ตั้งวัด
อยู่ริมแม่น้ำท่าจีน เลขที่ 188 ถนนธรรมคุรากร ตำบลโกรกกราก อำเภอเมือง จ.สมุทรสาคร 74000
เบอร์โทรติดต่อ 0 3441 1400 , 08 9412 4533,087 0318868
facebook.com/watkrokkrak/

ป้ายวัดโกรกกราก

ประวัติวัด

สร้างขึ้นเมื่อประมาณปี พ.ศ. ๒๓๗๕  และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อ พ.ศ. ๒๔๒๓ ตรงกับสมัยของรัชกาลที่ ๒ มีเนื้อที่ประมาณ 189 ไร่ 25 ตารางวา สมัยก่อนบริเวณนี้เป็นชุมชนชาวจีนจึงเรียกวัดนี้ว่า “กั๊กกั๊ก” ต่อมาเพี้ยนตามสำเนียงไทยว่า “โกรกกราก” มีพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ ใส่แว่นตา เนื้อศิลาแลง ปางมารวิชัยศิลปะสมัยสุโขทัยตอนปลาย ซึ่งประชาชนทั่วไปเรียกท่านว่า หลวงพ่อปู่ ในสมัยพระอธิการโต อดีตเจ้าอาวาส ได้เกิดเพลิงไหม้จนเหลือแต่อุโบสถเท่านั้น จึงไม่เหลือหลักฐานของวัดใด ๆ แต่ตามประวัติเดิมบริเวณนี้เป็นที่อยู่อาศัยของชุมชนชาวจีน อุโบสถไม้สักหลังคาแอ่นคล้ายเก๋งจีน บริเวณด้านหน้ามีเจดีย์สององค์ มีเรือสำเภาจีนสร้างด้วยคอนกรีต องคืละ 1 ลำ ลักษณะคล้ายกับ เรือสำเภาจีนของวัดยานนาวา กรุงเทพ แต่เล็กกว่า กาลต่อมาได้สูญหายไปหมดแล้ว เหลือแต่องค์เจดีย์

ในจดหมายเหตุ การเสด็จประพาสต้น ของสมเด็จกรมพระยาดำรงค์ราชานุภาพ ก็ปรากฏชื่อวัดโกรกกรากอยู่ด้วย  คือ เมื่อวันที่ ๓๐ เดือน กรกฏาคม พ.ศ. ๒๔๔๘ เรือพระที่นั่งของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๕ จอดเทียบท่าวัดโกรกกราก เมื่อครั้งเสด็จประพาสต้นที่ล่องเรือมาจากบ้านแหลม จ.เพชรบุรี  โดย ท่านสมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพได้ขึ้นมาบนวัดเพื่อให้พระรดน้ำมนต์ อันเนื่องจากเมาเรือ

หลวงพ่อปู่

ส่วนประวัติของหลวงพ่อปู่ในอุโบสถนั้น เคยประดิษฐานอยู่ที่วัดช่องสะเดา เป็นวัดร้างเก่าแก่ ตั้งอยู่ริมแม่น้ำท่าจีน ซึ่งสิ่งก่อสร้างต่าง ๆ ได้ปรักหักพังหมดแล้ว ชาวรามัญบ้านกำพร้า จึงได้อัญเชิญมาทางเรือสององค์ องค์หนึ่งเป็นเนื้อสำริด อีกองค์หนึ่งเนื้อศิลาแลง ล่องเรือมาตามแม่น้ำท่าจีน พอเรือใกล้ถึงหน้าวัดโกรกกรากได้เกิดลมพายุฝนตกหนึก ล่องเรือต่อไปไม่ได้ จึงได้นำเรือมาจอดหลบลมฝนริมคลองข้างวัด พอจอดเรือเรียบร้อย ก็ช่วยกันยกพระศิลาแลงขึ้นมาบนฝั่งเพื่อไม่ให้ถูกน้ำฝนเซาะ เมื่อลมฝนสงบแล้ว จึงยกพระศิลาแลงลงเรือ เพื่อจะล่องต่อไป แต่ปรากฏว่ายกไม่ขึ้น นับแต่นั้นมาทางวัดจึงมีพระศิลาแลงเป็นพระประะธานในอุโบสถตั้งแต่บัดนั้นจวบจนถึงปัจจุบัน

ส่วนสาเหตุที่ต้องใส่แว่นตาดำนั้น เนื่องจากครั้งหนึ่งได้เกิดโรคตาแดงระบาดไปทั่วบ้านโกรกกราก และด้วยความเลื่อมใสศรัทธาองค์พระศิลาแลงกันมานาน จึงได้ทำการบนบานศาลกล่าว ถ้าตาหายเจ็บหายแดง จะนำแผ่นทองมาปิดที่ดวงตาขององคืพระศิลาแลง ผลปรากฏว่าตาหายแดงกันทั้งหมู่บ้าน ชาวบ้านจึงได้นำแผ่นทอง ฃมาปิดที่ตาขององคืพระศิลาแลงเต็มไปหมด ครั้นพระครูธรรมสาคร ญาณวฒโน หรือ หลวงปู่กรัก ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาส มาพบเห็นเข้าจึงหาอุบายเพื่อไม่ให้ญาติโยมปิดทองที่ดวงตาองค์พระศิลาแลง จึงได้นำแว่นตามาใส่ให้กับองค์พระศิลาแลง หลังจากนั้น ชาวบ้านโกรกกรากและชาวบ้านใกล้เคียง จึงได้นำแว่นตามาถวายแทนการปิดทองที่ดวงตา จนถือปฏิบัติเป็นประเพณีตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา และได้ขนานนามท่านว่า “หลวงพ่อปู่” เล่าสืบกันว่าในอดีต บ้านท่าฉลอมและบ้านท่าจีน เป็นเมืองท่าทำมาค้าขายแลกเปลี่ยนสินค้าของชาวจีน สมัยนั้นใช้เรือสำเภาใบสองเสาบรรทุกสินค้าเข้ามา พอเรือแล่นผ่านหน้าวัดโกรกกราก ก็จะจุดประทัดไหว้หลวงพ่อปู่ เพื่อขอพรให้สินค้าขายดี พอเดินทางกลับก็จุดประทัดไหว้หลวงพ่อปู่ ขอให้เดินทางกลับถิ่นฐานด้วยความปลอดภัยซึ่งชาวจีนถือปฏิบัติเช่นนี้ตลอดการติดต่อค้าขายจวบจนปัจจุบัน

หลวงปุ่กรับ

การเดินทาง โดยรถยนต์ จากถนนพระรามที่ 2 เลยตัวเมืองมหาชัย เข้าแยกปากทางอำเภอบ้านแพ้ว ขับตรงข้ามคลองดำเนินสะดวก มีทางแยกข้างโรงพยาบาลบ้านแพ้วบริเวณเชิงสะพานเลี้ยวซ้าย ตรงไปเจอวัดธรรมจริยาภิรมย์ ขับเลี้ยวขวาไปผ่านวัด ไปตามทางเจอแยกเลี้ยวซ้ายขับตรงไปตามทางพบสี่แยกไฟแดงเลี้ยวซ้ายผ่านตลอดขับมาข้ามสะพานคลองดำเนินสะดวกเลียวขวาถึงวัด


แผนที่การเดินทางมาวัดโกรกกราก

แผนที่วัด